ทำไมต้องโรงไฟฟ้าจากขยะ จำนวนประชากรของโลกที่เพิ่มขึ้นทุกๆปี สิ่งที่ตามมาก็ขึ้นขยะจากทุกๆครัวเรือน การเพิ่มขึ้นของขยะทำให้ต้องมีแนวคิดในการกำจัดขยะแล้ววิธีที่ไหนที่จะให้เกิดประโยชน์มากที่สุด แล้วก็มีการเสนอว่าให้นำขยะไปผลิตเป็นไฟฟ้าเพราะเป็นแนวทางที่จะช่วยลดปริมาณจำนวนขยะ นอกจากจะเป็นการกำจัดขยะแถมยังได้พลังงานไฟฟ้ามาใช้ เป็นแนวคิดที่ดีมากๆ เป็นการช่วยรักษาสิ่ง แต่ก็ขึ้นกับเทคโนโลยีในการดูแล มลพิษที่อาจจะกำจัดในภายหลัง จึงเกิดเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยใช้เชื้อเพลิงจากขยะที่ไม่สามารถนำมารีไซเคิลได้(RDF) ซึ่งเป็นระบบการเผาไหม้ แก๊สซิไฟเออร์ (Gasification System) โดยนำ Product  Gas ที่ได้มาสันดาปภายในเครื่องยนต์รอบต่ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

 

            ในปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาการจัดการขยะชุมชนมายาวนาน และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีปริมาณขยะชุมชนเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ตามอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร การขยายตัวทางเศรษฐกิจ สังคม และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการอุปโภค บริโภค ของประชาชน แม้ว่าภาครัฐจะพยายามบริหารจัดการขยะชุมชนทั้งการจัดเก็บเคลื่อนย้ายรวมถึงการทำลาย โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างระบบกำจัดขยะ แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับปริมาณขยะชุมชนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องกำจัดให้ถูกวิธีและเหมาะสม เพราะหากไม่มีการนำขยะไปใช้ประโยชน์ ในสัดส่วนที่มากขึ้น ในปี 2558 จะมีปริมาณขยะต่อวันถึง 49,680 ตัน หรือ 17.8 ล้านตัน ต่อปี

        ในประเทศไทยนั้นที่มีปริมาณขยะ 50 – 100 ตันต่อวัน และมากกว่า 100 ตันต่อวันทั่วประเทศ พบว่ามี 30 แห่งที่มีศักยภาพจะนำมาผลิตเป็นพลังงานได้เพิ่มเติม ต้นปี 2551ประเทศไทย มีโรงไฟฟ้าขยะก่อสร้างแล้วเสร็จและผ่านการทดสอบระบบแล้ว 3 โรง กำลังผลิตรวม 4.125 เมกะวัตต์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าเตาเผาขยะมูลฝอยเทศบาลเมืองภูเก็ต กำลังการผลิต จำนวน 2.5 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าหลุมฝังกลบขยะ ราชาเทวะ จังหวัดสมุทรปราการ กำลังการผลิต จำนวน 1 เมกะวัตต์ และโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์และพลังงานจังหวัดระยอง กำลังการผลิต จำนวน 625 กิโลวัตต์ส่วนโรงไฟฟ้าขยะ ที่อยู่ระหว่างการทดสอบระบบ 3 แห่ง ได้แก่ โครงการกำจัดขยะเกาะช้าง จ.ตราด กำลังการผลิต จำนวน 70 กิโลวัตต์ โรงไฟฟ้าหลุมฝังกลบขยะกำแพงแสน จ.นครปฐม กำลังการผลิต จำนวน 870 กิโลวัตต์ และศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวม จ.ชลบุรี มีกำลังการผลิต จำนวน 950 กิโลวัตต์ จากการสำรวจของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ในการศึกษาขยะชุมชน

ผลดีและผลเสียของการผลิตไฟฟ้าจากขยะ

ผลดี

  1. ไม่ต้องคัดแยกหรือบดตัดขยะมูลฝอยก่อน

  2. เป็นเทคโนโลยีที่มีใช้กันอย่างแพร่หลายและได้รับการทดสอบแล้วสำหรับการเผา ทำลายขยะมูลฝอยและมีสมรรถนะตรงตามวัตถุประสงค์

  3. สามารถจัดการกับขยะมูลฝอยที่มีองค์ประกอบและค่าความร้อนที่เปลี่ยนแปลงตลอด เวลาได้เป็นอย่างดี

  4. สามารถให้ค่าประสิทธิภาพเชิงความร้อนได้สูงถึง 85%

  5. เตาเผาแต่ละเตาสามารถก่อสร้างให้มีความสามารถในการเผาทำลายได้ถึง 1,200 ตันต่อวัน (50 ตันต่อชั่วโมง)

  6. เป็นแหล่งพลังงานราคาถูก

  7. ช่วยลดปัญหาการกำจัดขยะ

  8. ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 1.37 ล้านตันต่อปี

ผลเสีย

  1. เงินลงทุน ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานและบำรุงรักษาค่อนข้างสูง

  2. การรั่วไหลของสารพิษ